ประชาสัมพันธ์ ▶ ปฏิรูปตนเองก่อน ปฏิรูปสิ่งอื่น คิดบวก "คิดดี พูดดี ทำดี" ยุคของการเปลี่ยนแปลง คนดี ได้รับการยกย่อง คนชั่ว คนเลว ปรากฏให้เห็นและจะถูกกำจัด

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2567

พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยมีข้อผิดพลาดมาก


อาตมาก็มีตัวอย่าง เมื่อไม่กี่วันที่แล้ว อาตมาไปนมัสการหลวงพ่อสมเด็จ พระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) ซึ่งท่านจำพรรษาอยู่ที่สุพรรณบุรี เราสนทนากันเรื่องพระไตรปิฎก ซึ่งท่านเคยปรารภหลายครั้งหลายปีมาแล้วว่า พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยมีข้อผิดพลาดมาก แต่ยังไม่ค่อยมีการแก้ไข 

ล่าสุด ก็มีโครงการแปลพระไตรปิฎก เป็นภาษาอังกฤษ แต่ตัวพระไตรปิฎก ภาษาไทย ก็ยังมีผิดพลาดมาก อย่างเรื่องที่ท่านยกตัวอย่างว่า เมื่อไม่นานมานี้หรือนานมาแล้วว่า มีคนเขียนบทความซึ่งไม่ทราบว่า ลงในหนังสือพิมพ์หรือในออนไลน์ แล้วมีคนส่งไปให้ท่านอ่าน เป็นเรื่องที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ ผลงานของท่านข้อหนึ่งว่า หลวงพ่อสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์โกหก เขาใช้คำนี้เลยนะ...โกหก

..โกหก คือ เรื่องธรรมาธิปไตย ท่านเขียนเรื่องธรรมาธิปไตย ซึ่งคนยังไม่คุ้นเคยกับคำนี้ว่า พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึง สิ่งที่เราเอาเป็นหลักในชีวิต เป็นหลักตัดสิน หลักดำเนินชีวิต 

 มันก็จะมีอัตตาธิปไตย คือเอาความคิดของตัวเอง ความรู้สึกของตัวเอง ความต้องการของตัวเองเป็นหลัก แบบเห็นแก่ตัว เอามุมมองของตัวเอง ความต้องการของตัวเองเป็นหลัก 

 และอันที่สองคือโลกาธิปไตย เอาค่านิยมของสังคม คนรอบข้าง ความยอมรับ เป็นเครื่องตัดสินว่า อะไรถูกอะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร 

อันที่สามคือธรรมาธิปไตย เอาธรรมะเป็นที่ตั้ง ไม่เอาความคิดความต้องการของตัวเอง ไม่เอาค่านิยมของสังคมเป็นหลัก แต่เอาธรรมะเป็นหลัก 

 แล้วท่านก็เขียนเรื่องประชาธิปไตยว่า หากเป็นประชาธิปไตยที่ตั้งไว้ บนฐานคืออัตตาธิปไตยหรือโลกาธิปไตย มันจะไม่ดี สิ่งที่เราต้องพัฒนา คือระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งตั้งบนฐานแห่งธรรมาธิปไตย ซึ่งท่านก็เคยเขียนเรื่องนี้ในหนังสือ หลาย ๆ เล่ม 

ทีนี้ ผู้เขียนบทความนี้ก็บอกว่า หลวงพ่อสมเด็จฯ นี่ ใครว่าเป็นนักวิชาการชั้นยอดของประเทศไทย เขียนเรื่องธรรมาธิปไตย แต่ไม่มีในพระไตรปิฎก ท่านโกหก หลวงพ่อท่านก็บอกว่า... 

ผมก็เลยไปค้นดู ปรากฏว่า ถูกของเขานะ คือในพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยไม่มี แต่เมื่อผมไปดู พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี ซึ่งเป็นของเดิม และท่านก็ใช้ภาษาบาลีเป็นหลัก มันมีอยู่ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่คนเกิดความเข้าใจผิด เพราะการแปลพระไตรปิฎกผิดพลาดไป หรือบกพร่องไป 

ท่านบอกว่า เพราะเขาอ่านในฉบับภาษาไทย มันก็ถูกของเขา แต่หากเขาไปดูในของเดิม มันไม่ใช่ ทุกวันนี้ มีการเถียงเรื่องพุทธวจนะ คนที่ไม่รู้บาลีก็ยังยืนยันว่า พระไตรปิฎกเขาว่าอย่างนั้น ยืนยันทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ภาษาบาลี อย่างนี้ก็มี นี่ก็เป็นประเด็นในเรื่องของภาษา เรื่องการแปล แต่ที่อาตมา ประทับใจก็คือ คนไปกล่าวหาว่าท่านโกหก ท่านก็ไม่มีอาการน้อยใจ เสียใจ หรือโกรธอะไรทั้งสิ้น ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ท่านอาจจะไม่ได้ลืมอะไรมากนะ ตั้งแต่ท่านเริ่มศึกษาพระไตรปิฎกแบบบาลี ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ๘ ขวบ แต่อาตมาว่าสิ่งที่ท่านลืมไปแล้ว มากกว่าสิ่งที่เราจำได้ คือ ทั้ง ๆ ที่ท่านมีความรู้ระดับนี้ เมื่อมีคนกล่าวหาว่าท่านพูดผิด ถึงขั้นที่ว่าท่านโกหก ท่านก็บอกว่า ... 

เออ! น่าสนใจนะ ทำไมเขาจึงคิดอย่างนั้น เดี๋ยวไปเปิดหนังสือดูว่า อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาคิดอย่างนั้น นี่แหละ ตัวอย่างของผู้เป็นครูบาอาจารย์ คือ เรื่องความรู้ทางวิชาการ เราก็ประทับใจอยู่แล้ว ปกติเวลาเรามีความรู้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากมีใครค้าน มันจะมีอาการทันทีเลยนะ ..

คุณเป็นใคร มาพูดอย่างนี้ หากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร ส่วนมากจะเป็นอย่างนี้ หากเป็นศาสตราจารย์ เป็นอะไร แล้วถูกคนรุ่นเด็กมาวิพากษ์วิจารณ์ มันทำใจไม่ค่อยได้ เพราะอัตตาตัวตนไปผูกพันกับคำว่า “ศาสตราจารย์” คำว่า “เป็นผู้ใหญ่” แต่หากเป็นผู้ใหญ่จริง มันไม่มี อย่างหลวงพ่อก็เป็นตัวอย่าง ของการเป็นธรรมาธิปไตย ทุกอย่างเอาธรรมเป็นใหญ่ 

"Life coach ฝึกหัด " โดย #พระพรหมพัชรญาณมุนี #พระอาจารย์ชยสาโร #บ้านบุญ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๗